วิธีปลูกหอมญี่ปุ่น ผักสวนครัวที่มากด้วยคุณค่าที่น่าลิ้มลอง

Sorry, this entry is only available in Thai. For the sake of viewer convenience, the content is shown below in the alternative language. You may click the link to switch the active language.

หอมญี่ปุ่น ส่วนใหญ่จะเป็นพืชผักที่เพาะปลูกกันในพื้นที่ของชาวไทยภูเขา ดูเผินๆคล้ายกับต้นหอมทั่วไปแต่มีขนาดใหญ่กว่า ทรงต้นสูงกว่าหอมหัวใหญ่ ลำต้นจริงจะมีลักษณะเป็นแผ่นอยู่ระหว่างรากและใบ ใบมีลักษณะเป็นหลอดยาว คล้ายใบหอมขนาดใหญ่ มีจำนวน 6-7 ใบต่อต้น โดยใบนอกจำนวน 4 ใบ จะเป็นใบแก่ ใบอ่อนจะอยู่ด้านในจำนวน 2-3 ใบ ลำต้นเทียม คือ ส่วนของกาบใบทำหน้าที่สะสมอาหารเป็นส่วนที่นำมาบริโภคซึ่งจะขยายตัวตามยาว โดยทั่วไปลำต้นเทียมสูง 25-75 ซม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 3-7 ซม. ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด และการแยกกอ

ดินที่เหมาะสมกับหอมญี่ปุ่น เป็นดินร่วนซุย หรือร่วนปนทราย หน้าดินลึก ระบายน้ำได้ดี และมีอินทรีย์วัตถุสูง ต้นหอมญี่ปุ่นจะไม่สามารถเจริญได้ดี ในดินที่เป็นกรดจัด pH ที่เหมาะสมคือ 0.6-6.8 ในดินที่มี pH ต่ำ ควรใส่ปูนขาวปรับสภาพดิน ต้นหอมปกติจะไม่ลงหัว แต่ในกรณีที่มีช่วงแสงยาวกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน และมีอุณหภูมิสูงกว่า 20 C หัวจะเจริญแต่จะมีขนาดเล็กไม่เกิน 10 ซม. และเมื่อผ่านอุณหภูมิต่ำกว่า 13 C และช่วงแสงสั้น พืชจะแทงช่อดอก ส่วนในเขตร้อนดอกจะไม่เจริญ สภาพแปลงปลูกควรได้รับแสงอย่างเต็มที่

การเตรียมแปลงเพาะกล้า ในฤดูฝนควรอยู่ภายใต้หลังคาพลาสติก สำหรับ ฤดูร้อน/หนาวใช้อุโมงค์ตาข่าย ทำแปลงกว้าง 1 เมตร รองพื้นปูนขาว ปริมาณ 30 กรัม/ตร.ม. ปุ๋ยคอก ประเภทมูลไก่แต่ไม่ควรใช้มูลไก่อัดเม็ด ปริมาณ 1 กก./ตร.ม. คลุกให้ทั่วแปลง แล้วรดน้ำให้ชุ่ม

การบ่มเมล็ด โดยการแช่เมล็ดในน้ำผสมยากันรา นาน 15 นาที ผึ่งเมล็ดไว้ประมาณ 30 นาที แล้วห่อด้วยผ้าไว้ 1 คืน นำเมล็ดที่บ่มแล้ว หยอดในแปลงเพาะกล้า ขีดร่องขวางแปลงลึก 1 ซม. ห่าง 10 ซม. หยอดเมล็ดที่บ่มแล้วห่างกัน 1 ซม. กลบดินบาง ๆ แล้วคลุมด้วยฟางรดน้ำวันละ 1 ครั้ง เมื่อมีอายุได้ 2 เดือน จึงย้ายปลูก หรือสังเกตเส้นผ่าศูนย์กลางของลำต้นเทียมประมาณ 8 มิลลิเมตร (ลำต้นเท่ากับดินสอ) กล้าสำหรับย้ายปลูกตัดปลายให้สูงกว่ายอด 2 ซม. ตัดรากเหลือ 1 ซม. แช่รากในน้ำผสม ไดเทนเอ็ม 45 นาน 10 นาที ก่อนย้ายปลูก

ในส่วนของ แปลงปลูกขุดพลิกดินตากแดดอย่างน้อย 14 วัน เพื่อฆ่าเชื้อในดิน กำจัดวัชพืช หากสภาพดินเป็นกรด ควรใส่ปูนขาว อัตรา 100-200 กก./ไร่หลังจากเตรียมแปลงปลูกเรียบร้อยแล้ว ก่อนปลูกควรรดน้ำให้แปลงมีความชุ่มชื่น แล้วทำการปลูก โดยขุดร่องลึก 30 ซม. ห่างกัน 80 ซม. เลือกต้นกล้าที่มีขนาดเท่ากันปลูกก่อนในแปลงเดียวกัน กลบดินรดน้ำให้ทั่วแปลง

เก็บเกี่ยวเมื่ออายุได้ 60-80 วัน หัวมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 7-8 ซม. เลือกหัวที่มีทรงกลม ไม่มีรอยแตก หรือรอยแผล ตัดใบออกให้เหลือก้านใบไม่เกิน 3 ซม. ล้างให้สะอาด แล้วผึ่งให้แห้ง

เฝ้าระวังโรคในช่วงระยะกล้า 0-60 วัน มักเกิดโรคโคนเน่า, โรครากปม, ระยะปลูก-ปลูกซ่อม 60-70 วัน โรคที่จะเข้าทำลายประกอบด้วยโรคโคนเน่า, โรคราสนิม, โรครากปม, โรคใบจุดสีม่วง, เพลี้ยไฟ ระยะพูนโคนครั้งที่ 1 หลังการปลูก 80-90 วัน มักเกิดโรคราสนิม, โรครากปม, โรคใบจุดสีม่วง, เพลี้ยไฟ ระยะพูนโคนครั้งที่ 2 100-120 วัน โรคราสนิม, โรครากปม, โรคใบจุดสีม่วง, เพลี้ยไฟ จนถึงระยะเก็บเกี่ยว ภายหลังปลูก 130-150 วัน

ส่วนที่นำมาบริโภค คือ ลำต้นเทียมที่มีลักษณะกลมยาวสีขาว จะประกอบด้วยน้ำตาล และโปรตีนสูง

สารกระตุ้นต่อมน้ำตา มีรสหวาน ป้องกันหลอดเลือดหัวใจตีบ ลดคอเลสเตอรอล ความดันโลหิต มีโพแทสเซียมช่วยในการขับปัสสาวะ ขับกรดยูริค.

และต้นหอมญี่ปุ่น ยังอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร มีแคลเซียมและฟอสฟอรัส รวมถึงวิตามิน A C และ K ช่วยป้องกันหลอดเลือดหัวใจตีบ ลดคลอเลสเตอรอล และความดันโลหิต นอกจากนี้ ต้นหอมญี่ปุ่นยังนับเป็นพืชที่ประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด บ้างก็นิยมรับประทานดิบ บ้างนิยมนำไปดอง ยัดไส้ แกงจืด ผัดกับไข่ และเนื้อสัตว์ เช่น หมู ไก่ รวมถึงทานกับสลัด หรือนำมาจัดวางแต่งจานอาหารเพื่อเพิ่มความสวยงามด้วยนะครับ

Comments