ปุ๋ยไนโตรเจน (Nitrogen Fertilizers)

แอมโมเนียมซัลเฟต 21-0-0 + 24S

21-0-0 AMS

ชนิด ผง ผลิตโดย ปตท. อาซาฮี

คลิกดูเม็ดปุ๋ย
21-0-0 ASW

ชนิด โดนัทผสม ผลิตโดย อูเบะ

คลิกดูเม็ดปุ๋ย
21-0-0 ASCL

ชนิด โดนัทผสม ผลิตโดย อูเบะ

คลิกดูเม็ดปุ๋ย
21-0-0 Compact

ชนิด โดนัทผสม ผลิตโดย อูเบะ

คลิกดูเม็ดปุ๋ย

ยูเรีย 46-0-0

46-0-0 (ยูเรีย) เม็ดใส
คลิกดูเม็ดปุ๋ย
46-0-0 (ยูเรีย)
คลิกดูเม็ดปุ๋ย
สรรพคุณ

ละลายง่าย ช่วยเร่งการการเจริญเติบโตทางด้านลำต้นและใบ ทำให้พืชมีใบดก และสีเขียวเข้ม

คุณสมบัติพิเศษ

ได้คุณภาพ มีค่าไบยูเร็ตที่ต่ำ (<1%) ปลอดภัยในการใช้

ธาตุอาหารผลิตภัณฑ์
ไนโตรเจน46%
ฟอสฟอรัส0%
โพแทสเซี่ยม0%
ขนาดบรรจุ50 กิโลกรัม

ปุ๋ยโพแทสเซี่ยม (Potassium Fertilizers)

โพแทสเซียม 0-0-60

0-0-60 (MOP) เม็ด
คลิกดูเม็ดปุ๋ย
สรรพคุณ

ช่วยการการส่งเสริมให้พืชแตกรากได้ดี ทำให้พืชสามารถสะสมแป้งได้

คุณสมบัติพิเศษ

ได้คุณภาพ มีค่าไบยูเร็ตที่ต่ำ (<1%) ปลอดภัยในการใช้

ธาตุอาหารผลิตภัณฑ์
ไนโตรเจน0%
ฟอสฟอรัส0%
โพแทสเซี่ยม60%
ขนาดบรรจุ50 กิโลกรัม

โพแทสเซียมซัลเฟต

0-0-45 + 15S ผง
Sulfate of Potash (SOP)
คลิกดูเม็ดปุ๋ย
สรรพคุณ

ช่วยการการส่งเสริมให้พืชแตกรากได้ดี ทำให้พืชสามารถสะสมแป้งได้

คุณสมบัติพิเศษ
  • เป็นปุ๋ยโพแทสปลอดคลอไรด์ มีความเหมาะสมกับการใช้ในกรณีต่อไปนี้
    • ใช้กับพืชบางชนิดที่ไม่ทนต่อคลอไรด์ เช่น ยาสูบและผลไม้บางชนิดเช่น สับปะรด, องุ่น, ส้ม, เสาวรส และมะม่วง
    • ดินในบางที่มีปริมาณคลอไรด์สะสมอยู่มาก หรือน้ำในบริเวณนั้นมีคลอไรด์ค่อนข้างสูงอยู่แล้ว ดังนั้นการใช้งานปุ๋ยโพแทสเซียมคลอไรด์ อาจจะทำให้พืชสะสมคลอไรด์เกินความจำเป็นจนอาจจะกลายเป็นพิษจนทำให้ของใบแห้ง ใบเหลือง
  • มีกำมะถันสามารถช่วยการสังเคราะห์แสง ส่งเสริมความแข็งแรงในการเจริญเติบโตของพืช
ธาตุอาหารผลิตภัณฑ์
ไนโตรเจน0%
ฟอสฟอรัส0%
โพแทสเซี่ยม45%
ธาตุอาหารรองกำมะถัน 15%
ขนาดบรรจุ50 กิโลกรัม

ปุ๋ย NPK แบบคอมพาวน์

19-9-9 +1Mg +4S
สรรพคุณ

เป็นปุ๋ยคอมพาวน์ ธาตุอาหารครบถ้วนในเม็ดเดียว เม็ดแกร่ง ละลายง่าย พร้อมด้วยแมกนีเซียมเป็นองค์ประกอบหลักที่สำคัญของคลอโรฟิลล์และเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาของเอนไซม์ที่สำคัญหลายชนิด และยังมีกำมะถันซึ่งมีความจำเป็นต่อการสร้างโปรตีนพืช และเป็นองค์ประกอบของวิตามินบางตัวที่มีผลทางอ้อมต่อการสร้างสีเขียวของพืช ช่วยให้พืชเกิดการหายใจและการปรุงอาหารพืช

ธาตุอาหารผลิตภัณฑ์
ไนโตรเจน19%
ฟอสฟอรัส9%
โพแทสเซี่ยม9%
แมกนีเซียม (MgO)1%
กำมะถัน4%
ขนาดบรรจุ50 กิโลกรัม
17-17-17 +0.8S +1Mg +0.01B
สรรพคุณ

เป็นปุ๋ยคอมพาวน์ ธาตุอาหารครบถ้วนในเม็ดเดียว เม็ดแกร่ง ละลายง่าย พร้อมด้วยกำมะถันซึ่งมีความจำเป็นต่อการสร้างโปรตีนพืช และเป็นองค์ประกอบของวิตามินบางตัวที่มีผลทางอ้อมต่อการสร้างสีเขียวของพืช ช่วยให้พืชเกิดการหายใจและการปรุงอาหารพืช

ธาตุอาหารผลิตภัณฑ์
ไนโตรเจน17%
ฟอสฟอรัส17%
โพแทสเซี่ยม17%
กำมะถัน0.8%
แมกนีเซียม (MgO)1%
โบรอน0.01%
ขนาดบรรจุ50 กิโลกรัม
10-7-28 +3S +1.5Mg +0.3B
สรรพคุณ

เป็นปุ๋ยคอมพาวน์ ธาตุอาหารครบถ้วนในเม็ดเดียว เม็ดแกร่ง ละลายง่าย พร้อมด้วยแมกนีเซียมเป็นองค์ประกอบหลักที่สำคัญของคลอโรฟิลล์และเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาของเอนไซม์ที่สำคัญหลายชนิด และยังมีกำมะถันซึ่งมีความจำเป็นต่อการสร้างโปรตีนพืช และเป็นองค์ประกอบของวิตามินบางตัวที่มีผลทางอ้อมต่อการสร้างสีเขียวของพืช ช่วยให้พืชเกิดการหายใจและการปรุงอาหารพืช

ธาตุอาหารผลิตภัณฑ์
ไนโตรเจน10%
ฟอสฟอรัส7%
โพแทสเซี่ยม28%
กำมะถัน3%
แมกนีเซียม (MgO)1.5%
โบรอน0.3%
ขนาดบรรจุ50 กิโลกรัม

ปุ๋ย NPK แบบบัลค์เบลนด์

กลุ่มรองพื้น เพิ่มการเจริญเติบโต

27-12-6
25-7-7
20-3-3
18-20-0
18-8-8
18-4-5
17-3-6
16-8-8
30-0-0

กลุ่มเพิ่มผลผลิต เพิ่มคุณภาพ

21-4-21
21-7-18
20-8-20
16-4-16
15-5-20
13-5-33
15-7-18
13-6-27

เกร็ดความรู้

ปุ๋ยไนโตรเจน (Nitrogen Fertilizers)

ไนโตรเจนเป็นธาตุที่สำคัญมากต่อการเจริญเติบโตของพืช อาจเรียกว่าสำคัญที่สุดในหมู่ธาตุอาหารหลักก็ว่าได้ เพราะไนโตรเจนเป็นส่วนสำคัญในการสร้างโปรตีนของพืช เป็นส่วนสำคัญในการช่วยในการให้พลังงาน และส่งเสริม การเจริญเติบโตและสร้างผลผลิต โดยพืชจะนำไนโตรเจนที่ดูดซับไปผสมกับไฮโดรเจนที่ได้จากน้ำ และก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์ ในอากาศมารวมกันแล้วสร้างเป็นโปรตีนซี่งมาสร้างเนื้อเยื่อและส่วนประกอบสำคัญต่างๆของพืช คล้ายกับคนที่โปรตีนก็เป็น สิ่งสำคัญที่ทำให้เราเติบโตและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ การขาดไนโตรเจนก็เหมือนไม่มีอาหารมาให้พืชสร้างลำต้น ไม่มี พลังงานให้พืชเติบโต พืชก็โทรมใบเหลืองแก่นและตายในที่สุด ดังนั้นเราจึงต้องใส่ปุ๋ยไนโตรเจนเพื่อส่งเสริมให้พืชเจริญ อย่างสมบูรณ์ป้องกันมิให้พืชแก่ก่อนกำหนด

ปุ๋ยเคมีที่เกษตรกรใช้ในการช่วยเสริมไนโตรเจนในดินหลักๆได้แก่แอมโมเนียมซัลเฟตและยูเรีย ข้อแตกต่างระหว่างยูเรียและ แอมโมเนียมซัลเฟตคือยูเรียมีไนโตรเจนเป็นส่วนประกอบถึง 46% แต่แอมโมเนียมซัลเฟตมีเพียง 21% ดูผิวเผินเหมือนยูเรีย จะดีกว่าเพราะมีราคาต่อหน่วยไนโตรเจนที่ต่ำกว่า แต่จริงๆก็ไม่ใช่ว่ายูเรียจะดีกว่าเสมอไปเพราะแอมโมเนียมซัลเฟตมีซัลเฟอร์ หรือกำมะถันเป็นส่วนประกอบอีกมากถึง 24%ซึ่งกำมะถันช่วยในการสังเคราะห์โปรตีน และเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างคลอโรฟิลหรือสาร ที่ช่วยสังเคราะห์แสงพืช เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้พืชเติบโต ผลผลิตมีรสชาติสีสัน หากพืชขาดกำมะถันก็จะสร้างอาหารไม่ได้ สมบูรณ์ ต้นไม่โต เราจึงต้องใส่กำมะถันให้กับพืช และนอกจากนั้น แอมโมเนียมซัลเฟตยังสูญเสียจากการระเหยไปในอากาศช้ากว่ายูเรีย การเลือกใช้นั้นต้องขึ้นอยู่กับสภาพดินและความต้องการธาตุอาหารของพืชเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ที่มักขาดแคลนแร่ธาตุกำมะถัน คือ พื้นที่ขาดแคลนอินทรียวัตถุ หรือพื้นที่ดินทราย

พาริช เป็นตัวแทนจำหน่าย 21-0-0 แอมโมเนียมซัลเฟต ของ บริษัทชั้นนำ เช่นบริษัท อูเบะเคมิคัลส์ (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ ทีซีแอล และ บริษัท พีทีที อาซาฮี เคมิคอล จำกัด (บริษัทในเครือของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)) พร้อมยังสามารถนำมาอัดรวมเป็นเม็ดแบบคอมแพ๊ค เราจึงมี แอมโมเนียมซัลเฟต ให้เลือกมากหลากชนิดตามความต้องการ นอกจากนั้นสำหรับปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 พาริชยังจำหน่าย ยูเรียเม็ดใส เพื่อเป็น วัตถุดิบสำหรับอาหารสัตว์ และสารตั้งต้นผลิตผงชูรสให้กับโรงงานที่มีชื่อเสียงอีกหลายแห่ง ดังนั้นจึงมั้นใจได้ว่า เม็ดใส ของพาริชได้คุณภาพ มีค่า ไบยูเร็ตที่ต่ำ (<1%) ปลอดภัยในการใช้

และเนื่องจากการใช้ยูเรียจะต้องระมัดระวังเรื่องการสูญหายของธาตุไนโตรเจนที่ระเหยง่าย เพราะโดยปกติยูเรียจะระเหยหายไปในอากาศภายในไม่กี่วัน ใบพืชจึงมีใบเขียวไม่นานแล้วก็กลับมาเหลืองเหมือนเดิม ปัจจุบันจึงต้องมีเทคโนโลยีใหม่ๆที่ต่างประเทศใช้อย่างแพร่หลายเช่นการนำสารลดการระเหย ต่างๆเช่นสาร NBPT (N Butyl ThiophosphoricTriamide)มาเคลือบ ซึ่งเทคโนโลยีนี้มีใช้แล้วทั่วโลกและรองรับโดยกระทรวงเกษตรสหรัฐ โดยพาริชได้ จัดจำหน่ยภายใต้ตรา พาริช ไนโตร

ปุ๋ยฟอสฟอรัส (Phosphorus Fertilizers)

ธาตุฟอสฟอรัส มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของราก ทำให้รากของพืชแข็งแรง นอกจากนั้นยังช่วยสร้าง ดอก ผล และเอนไซม์ ทำหน้าที่ในการสร้างแป้งและน้ำตาล และเป็นตัวนำการสร้างพลังงานเพื่อนำแร่ธาตุส่งไปเลี้ยงส่วนต่างๆของต้นพืช ซึ่งส่งผลทำให้ให้ต้นแข็งแรง

ธาตุฟอสฟอรัสในดินที่จะเป็นประโยชน์ต่อพืชได้จะต้องอยู่ในรูปของอนุมูลของ สารประกอบที่เรียกว่า ฟอสเฟตไอออน (H2PO4- หรือ HPO4-) ซึ่งจะต้องละลายอยู่ในน้ำในดิน ในประเทศไทยธาตุฟอสฟอรัสจะมีอยู่ในดินมากพอสมควร แต่เป็นธาตุที่ไม่เคลื่อนที่ในดินหรือละลายน้ำได้ยากทำให้พืชดูดเอา ไปใช้ได้ยาก ดังนั้นแม้แต่ปุ๋ยที่ใส่ลงไปในดินโดยตรงก็ประมาณกันไว้ว่า 80-90 % ของธาตุฟอสฟอรัสทั้งหมดนั้นจะถูกดินยึดไว้โดยการทำปฏิกิริยากับแร่ธาตุต่าง ๆ ในดิน จึงมักจะมีปัญหาเสมอว่าถึงแม้จะมีฟอสฟอรัสในดินมากก็จริงแต่พืชก็ยัง ขาดฟอสฟอรัส เพราะส่วนใหญ่อยู่ในรูปที่ละลายน้ำยากนั่นเอง การใส่ปุ๋ยฟอสเฟตจึงไม่ควรคลุกเคล้าให้เข้ากับดิน เพราะยิ่งจะทำให้ปุ๋ยถูกตรึงในดินได้เร็วยิ่งขึ้น แต่ควรจะใส่แบบโรยเป็นแถบให้ลึกลงไปในดินในบริเวณรากของพืช หรือเป็นโรยจุด

วิธีแก้อย่างหนึงคือต้องใส่คู่กับปุ๋ยอินทรีย์หรืออะมิโนซึ่งจะช่วยให้รากดูดซับธาตุฟอสฟอรัสได้ง่ายขึ้น ซึ่งพาริช มีหลายทางเลือกที่จะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว เช่น ปุ๋ยเคมที่เสริมไบโอสติมูแลนท์ พาริช ไบโอ ปุ๋ยอินทรีย์เคมี พาริช โบน หรือ ปุ๋ยอินทรีย์ล้วน พาริช พาโกร

ปุ๋ยโพแทสเซี่ยม (Potassium Fertilizers)

ธาตุโพแทสเซียมเป็นธาตุที่จำเป็นต่อกิจกรรมหรือกระบวนการต่าง ๆ ในเซลล์พืช มีความสำคัญในการสร้างราก ช่วยทำให้ผนังเซลล์แข็งแรง ช่วยเพิ่มพื้นที่ใบและปริมาณคลอโรฟิลล์ จึงช่วยในการสร้างและการเคลื่อนย้ายอาหารพวกแป้งและน้ำตาลที่เกิดจากการสังเคราะห์แสงในพืช ไปเลี้ยงส่วนที่กำลังเติบโต และส่งไปเก็บไว้เป็นเสบียงที่หัวหรือที่ลำต้น

นอกจากนั้นยังช่วยเร่งการสุกแก่ การติดดอกออกผล และคุณภาพของเมล็ดและผล ทำให้มีจำนวนเมล็ดและจำนวนเมล็ดดีต่อรวงสูง โดยเฉพาะพืชจำพวก อ้อย ปาล์มและ ไม้ผล นั้นต้องการโพแทสเซียมสูงมากเพื่อทำให้เนื้อของผลไม้มีคุณภาพสูง สร้างน้ำมัน ได้รสชาติ และนอกจากนั้นพืชหัวที่เกิดจากราก (root tuber) เช่น มันเทศ และมันสำปะหลังก็ต้องการโพแทสเซียมเพื่อทำให้พืชหัวสร้างหัวได้สมบูรณ์ นอกจากนั้น หน้าที่สำคัญอีกส่วนหนึงคือช่วยกระตุ้นการทำงานของ enzyme ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการต่างๆเช่น การสังเคราะห์แสง การหายใจ และ การควบคุมแรงดันภายในเซลล์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดูดน้ำ และการปิดเปิดของปากใบ ทำให้พืชทนทานต่อการเปลี่ยนแลปงของอากาศไดยเฉพาะยามที่อากาศร้อนจัด ถ้าพืชขาดโพแทสเซียมจะทำให้อัตราการสังเคราะห์แสงลดลงและอัตราการหายใจสูงขึ้นในไม้ผล จะทำให้คุณภาพและปริมาณผลผลิตของพืชลดต่ำลง คุณภาพของผลไม้ เช่น สีของผลไม้สวย เนื้อจะฟ่าม เนื้อไม่แน่น หัวจะลีบ และอ้อยก็ไม่ค่อยมีน้ำตาล

ปุ๋ยโพแทสเซียมสุดนิยม คือ สูตร 0-0-60 หรือที่เรียกว่า โพแทสเซียมคลอไรด์ (Potassium Chloride, KCL) ซึ่งพาริชมีจำหน่ายทั้งแบบเม็ดและแบบที่เป็นผง และนอกจาก 0-0-60 พาริชยังจำหน่าย ปุ๋ยโพแทสปลอดคลอไรด์ (chloride free fertilizers) หรือโพแทสเซี่ยมซัลเฟต (Sulfate of Potash) 0-0-45 ผลิตโดย บริษัท ไทยโอลีโอเคมี จำกัด (บริษัทในเครือของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)) มีส่วนของกำมะถันสูงมากถึง 15%

รากพืชก็สามารถดึงดูดธาตุนี้ไปใช้ประโยชน์ได้ง่ายคล้ายกับไนโตรเจน แต่โพแทสเซียมที่พืชจะดึงดูดไปใช้ได้ต้องอยู่ในรูปอนุมูลบวก (โพแทสเซียมไอออน K+) เท่านั้น โดยปริมาณโพแทสเซียมที่พืชต้องการขึ้นอยู่กับชนิดของดิน เช่นดินเหนียวจะมีโพแทสเซียมเมากกว่าดินทราย เพราะโพแทสเซียมไอออนจะดูดยึดอยู่ที่อนุภาคดินเหนียว หรือดินที่มีเนื้อละเอียดได้มาก ส่วนดินทรายและดินร่วนป่นจะมีโพแทสเซียมอยู่น้อยและถูกชะล้างได้ง่าย จึงอาจทำให้มีโปโพแทสเซียมไม่เพียงพอตอ่พืช วิธีที่ดีคือ ต้องช่วยเสริมทำให้ดินดีมีเนื้อที่ดีขึ้น อุ้มน้ำมากขึ้นด้วยการปรับปรุงดิน โดยใช้ปุ๋ยที่ผสมสารอินทรีย์หรือไบโอสติมูแลนท์เช่น พาริช ไบโอ หรือ ปุ๋ยอินทรีย์เคมีที่เต็มไปด้วยสารอินทรียวัตถุคุณภาพสูงเช่น พาริช โบน หรือ ปุ๋ยอินทรีย์ล้วน พาริช พาโกร